วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเปิดตัว (Kick-off) การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” โดยมี นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายรถพุ่มพวง และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมุ่งนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปจำหน่ายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จึงร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินโครงการนำสินค้า “ไทยช่วยไทย” ออกจำหน่ายผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านและตำบลสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัดได้อย่างสะดวก
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชน โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับการจัดสรรรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการจำนวน 55 คัน ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด ขณะที่ในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ มีเครือข่ายรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการจำนวน 5 คัน โดยจังหวัดได้กำหนดเส้นทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ห่างไกลในทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และจำหน่ายในราคาพิเศษอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ในรูปแบบตลาดเคลื่อนที่ที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าจำเป็นในราคาย่อมเยาได้ใกล้บ้าน อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะกระจายสินค้าออกสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป